และมักจะพบเห็นเมฆนี้หลังเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
เมฆกำลังก่อตัวเป็น Mammatus
เริ่มเป็นก้อนเห็นชัด และใหญ่ขึ้น
แผ่ปกคลุมท้องฟ้า แต่ไม่ยาวมาก ระยะเวลา นานพอดู
ซูมมาใกล้ เป็นก้อนย้อยลงมาจากฟ้า
เริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆแล้วก็สลายไป




Crepuscular Ray เป็นลำแสงอาทิตย์ ที่ดูเหมือนกับจะกระจายออกจากจุดเดียวกัน(ดวงอาทิตย์)บนท้องฟ้า สามารถเกิดหลังก้อนเมฆ หรือวัตถุอื่นๆ ก็ได้ เช่น ต้นไม้ ภูเขา และ อาคาร
คำว่า crepuscular มีที่มาจากเวลาที่มันมักเกิด ที่เรียกว่า crepuscular hours คือในช่วงหลังพระอาทิตย์ขึ้น และก่อนพระอาทิตย์ตก เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว มีความแตกต่างของแสง (contrast) มากนั่นเอง
แม้ว่า Crepuscular Ray จะดูเหมือนกับกระจายออกจากจุดเดียวกัน แต่ที่จริงแล้ว ลำแสงทั้งหลายนี้ขนานกัน (อย่าลืมว่า ดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่กว่าโลกมากๆ) ภาพลวงตานี้มีสาเหตุมาจาก linear perspective
นอกจากจะเกิดบนท้องฟ้าแล้ว Crepuscular Ray ยังเกิดใต้น้ำได้อีกด้วย เช่น ภายใต้แผ่นน้ำแข็งขั้วโลก
Crepuscular Ray มี 3 ประเภทหลัก :
ทำไมเราถึงเห็นลำแสง?




ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดไม่สามารถคาดการณ์การเกิดล่วงหน้าได้ แต่ก็ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย พบได้มากในปีที่มีฝนหลงฤดู จึงทำให้มีความชื้นในอากาศมากตามไปด้วย จะเกิดมากในช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งมีความชื้นจากฝนมาก เวลาที่เหมาะสมได้แก่ ช่วงก่อน 10 โมงเช้าจนถึงเที่ยงเศษๆ ซึ่งเกล็ดน้ำแข็งยังไม่ละลาย แต่เมื่อเลยเที่ยงวันไปแล้ว โอกาสที่จะเกิดพระอาทิตย์ทรงกลดแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเกล็ดน้ำแข็งจะได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์มากจนละลายหมดไป ในวันที่เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดจะเป็นวันที่อากาศไม่ร้อนจัด ไม่มีฝนตกปุบปับอย่างแน่นอน เว้นแต่จะมีลมพายุพัดเมฆฝนจากที่อื่นมา
คนไทยนับถือดวงอาทิตย์เป็นเทวดาเบื้อง บนองค์หนึ่ง สังเกตจากการเรียกนำหน้าว่า “พระ” ส่วนกลดก็ถือเป็นของสูงสำหรับพระ เช่น กลดของพระธุดงค์ ปรากฏการณ์นี้จึงเปรียบได้กับกลดของพระที่กำลังถูกล้อมรอบไว้ด้วยแสงของดวง อาทิตย์ไว้นั่นเอง จึงถือเป็นเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ เป็น “มหิธานุภาพ” ของดวงอาทิตย์ มีความหมายในทางที่ดี มีมงคลแก่ทุกคนบนโลก